ออกกฏเหล็กคุมเข้ม4ด้านโครงการสร้างรถไฟฟ้า

กทม.คุมเข้มผู้รับเหมาสร้างรถไฟฟ้า ห้ามขุดเจาะสร้างมลพิษและปัญหาจราจรหากละเลยไม่ปฏิบัติตามระงับการก่อสร้างทันที นายวันชัย  ถนอมศักดิ์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.)  เปิดเผยว่า จากปัญหาการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค หรือโครงการก่อสร้างไฟฟ้าต่างๆที่ผ่านมา ซึ่งกระทบต่อระบบระบายน้ำ ปิดทางน้ำไหลทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง กระทบต่อสภาพพื้นที่ในหลายๆบริเวณ อีกทั้งการก่อสร้างยังทำแผนการดูแลพื้นที่ไม่เหมาะสม

ไม่ครอบคลุมถึงปัญหาสภาพแวดล้อมอย่างรอบด้าน ทำให้เกิดมีส่วนสร้างปัญหาฝุ่นละอองฝุ่งกระจาย สร้างปัญหาการจราจรติดขัดขึ้น ทำให้กทม.ต้องเร่งวางแผนการบริหารจัดการโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ต่างๆในพื้นที่เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งขณะนี้ กรุงเทพฯจะเกิดโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าขนาดใหญ่อีก 3โครงการ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี  รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม– มีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว- สำโรง ซึ่งโครงการดังกล่าวจะก่อสร้างตัดผ่านในถนนสายหลักของพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งถนนแจ้งวัฒนะ ถนนลาดพร้าว ถนนศรีนครินทร์ ถนนรามคำแหง โดยแต่ละเส้นทางต้องมีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ไม่ให้กระทบต่อปัญหาการจราจรและฝุ่นละอองเพิ่มเติมยิ่งขึ้น นายวันชัย กล่าวต่อว่า ผู้ว่าฯกทม.ได้มอบหมายให้ตนดูแลการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าดังกล่าวอย่างเข้มงวด ซึ่งได้กำหนดแผนก่อสร้างโดยผู้รับเหมาจะต้องวางแผนก่อสร้างไม่ให้กระทบพื้นที่ใน 4ด้านหลัก ได้แก่ ด้านจราจร ต้องมีการจัดการจราจรที่เหมาะสม ปิดจราจรเป็นช่วง ๆ ซึ่งแต่ละช่วงที่ปิดถนนนั้นจะต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบตลอด  ด้านความปลอดภัยประชาชน ต้องไม่มีสิ่งอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในช่วงเวลาการก่อสร้าง ทั้งคนขับรถที่สัญจรบนถนนและบ้านที่อยู่บริเวณโดยรอบ ด้านระบบระบายน้ำ  ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องขุดเจาะพื้นที่ที่จะกระทบต่อระบบระบายน้ำ จะต้องจัดทำระบบระบายน้ำสำรอง ให้เหมาะสมมากที่สุด  และ ด้านมลภาวะทางอากาศ จะต้องมีการทำแนวกันฝุ่น ทำระบบป้องกันไม่ให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย และต้องมีการล้างถนนตามวงรอบที่กำหนดและรถที่ขนอุปกรณ์ก่อสร้างเข้าพื้นที่ อนุญาตการขนเฉพาะช่วงกลางคืน และจะต้องเป็นรถที่มีการตรวจอย่างสม่ำเสมอจะต้องไม่ใช้รถที่เกิดควันดำ โดยหากผู้รับเหมาไม่ดำเนินการตามรูปแบบที่กำหนดนั้น กทม.ในฐานะเจ้าของพื้นที่ จะสั่งระงับการก่อสร้างโดยทันที. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews